ภาพพิมพ์

  


     การพิมพ์ภาพ
    
     การพิมพ์ภาพ  หมายถึง   การถ่ายทอดรูปแบบจากแม่พิมพ์ออกมาเป็นผลงานที่มีลักษณะเหมือนกันกับแม่พิมพ์ทุกประการ 
   และได้ภาพที่เหมือนกันมีจำนวนตั้งแต่  2  ชิ้นขึ้นไป การพิมพ์ภาพเป็นงานที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากการวาดภาพ 
   ซึ่งการวาดภาพไม่สามารถสร้างผลงาน  2   ชิ้น    ที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการได้    จึงมีการพัฒนาการพิมพ์ขึ้นมา
   ชาติจีน   ถือว่าเป็นชาติแรกที่นำเอาวิธีการพิมพ์มาใช้อย่างแพร่หลายมานานนับพันปี   จากนั้นจึงได้แพร่หลายออกไป
   ในภูมิภาคต่างๆของโลก  ชนชาติทางตะวันตกได้พัฒนาการพิมพ์ภาพขึ้นมาอย่างมากมาย  มีการนำเอาเครื่องจักรกลต่างๆ
   เข้ามาใช้ในการพิมพ์  ทำให้การพิมพ์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
      การพิมพ์ภาพมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
   1.  แม่พิมพ์  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพิมพ์
   2.  วัสดุที่ใช้พิมพ์ลงไป
   3.  สีที่ใช้ในการพิมพ์
   4.  ผู้พิมพ์
      ผลงานที่ได้จากการพิมพ์  มี  2  ชนิด คือ
   1. ภาพพิมพ์   เป็นผลงานพิมพ์ที่เป็นภาพต่างๆ  เพื่อความสวยงามหรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆอาจมีข้อความ 
      ตัวอักษรหรือตัวเลขประกอบหรือไม่มีก็ได้
   2. สิ่งพิมพ์  เป็นผลงานพิมพ์ที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นตัวอักษร  ข้อความ ตัวเลข  อาจมีภาพประกอบหรือไม่มีก็ได้
     ประเภทของการพิมพ์   การพิมพ์แบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะต่าง  ดังนี้
   1. แบ่งตามจุดมุ่งหมายในการ พิมพ์  ได้  2  ประเภท  คือ
        1.1  ศิลปภาพพิมพ์   (  GRAPHIC   ART  )  เป็นงานพิมพ์ภาพเพื่อให้เกิดความสวยงามเป็นงานวิจิตรศิลป์
        1.2  ออกแบบภาพพิมพ์   ( GRAPHIC  DESIGN  ) เป็นงานพิมพ์ภาพประโยชน์ใช้สอยนอก
             เหนือไปจากความสวยงาม ได้แก่ หนังสือต่างๆ   บัตรต่างๆ  ภาพโฆษณา  ปฏิทิน  ฯลฯ จัดเป็นงาน ประยุกต์ศิลป์
   2. แบ่งตามกรรมวิธีในการพิมพ์  ได้  2  ประเภท  คือ
        2.1  ภาพพิมพ์ต้นแบบ  ( ORIGINAL   PRINT ) เป็นผลงานพิมพ์ที่สร้างจากแม่พิมพ์และวิธีการพิมพ์ที่ถูก สร้างสรรค
             และกำหนดขึ้นโดยศิลปินเจ้าของผลงาน  และเจ้าของผลงานจะต้องลงนามรับรองผลงานทุกชิ้น  บอกลำดับที่ในการพิมพ์ 
              เทคนิคการพิมพ์   และ วัน เดือน   ปี  ที่พิมพ์ด้วย
        2.2  ภาพพิมพ์จำลองแบบ   (  REPRODUCTIVE   PRINT  ) เป็นผลงานพิมพ์ที่สร้างจากแม่พิมพ์หรือวิธี การพิมพ์วิธีอื่น
             ซึ่งไม่ใช่วิธีการเดิมแต่ได้รูปแบบเหมือนเดิม  บางกรณีอาจเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น
   3. แบ่งตามจำนวนครั้งที่พิมพ์  ได้  2  ประเภท  คือ
        3.1  ภาพพิมพ์ถาวร  เป็นภาพพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาจากแม่พิมพ์ใดๆ  ที่ได้ผลงานออกมามีลักษณะเหมือนกันทุกประการ 
             ตั้งแต่  2  ชิ้นขึ้นไป
        3.2  ภาพพิมพ์ครั้งเดียว  เป็นภาพพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาได้ผลงานเพียงภาพเดียว  ถ้าพิมพ์อีกจะ ได้ผลงานที่ไม่เหมือนเดิม
   4.  แบ่งตามประเภทของแม่พิมพ์  ได้  4  ประเภท  คือ
       4.1  แม่พิมพ์นูน  ( RELIEF   PROCESS  )เป็นการพิมพ์โดยให้สีติดอยู่บนผิวหน้าที่ทำให้นูนขึ้นมาของแม่พิมพ์  
           ภาพที่ได้เกิดจากสีที่ติดอยู่ในส่วนบนนั้น     แม่พิมพ์นูนเป็นแม่พิมพ์ที่ทำขึ้นมาเป็นประเภทแรก   ภาพพิมพ์ชนิดนี้ได้แก่
           ภาพพิมพ์แกะไม้ ( WOOD-CUT )ภาพพิมพ์แกะยาง ( LINO-CUT )  ตรายาง ( RUBBER  STAMP )            ภาพพิมพ์จากเศษวัสดุต่างๆ
       4.2 แม่พิมพ์ร่องลึก( INTAGLIO  PROCESS ) เป็นการพิมพ์โดยให้สีอยู่ในร่องที่ทำให้ลึกลงไปของแม่พิมพ์โดยใช้แผ่นโลหะ
           ทำเป็นแม่พิมพ์ ( แผ่นโลหะที่นิยมใช้คือแผ่นทองแดง )และทำให้ลึกลงไปโดยใช้น้ำกรดกัด ซึ่งเรียกว่า  ETCHING
           แม่พิมพ์ร่องลึกนี้พัฒนาขึ้นโดยชาวตะวันตก  สามารถพิมพ์งานที่มีความ  ละเอียด  คมชัดสูง สมัยก่อนใช้ในการพิมพ์
          หนังสือพระคัมภีร์ แผนที่ เอกสารต่างๆ แสตมป์ ธนบัตร ปัจจุบันใช้ในการพิมพ์งานที่เป็นศิลปะและธนบัตร
       4.3 แม่พิมพ์พื้นราบ  ( PLANER   PROCESS  )    เป็นการพิมพ์โดยให้สีติดอยู่บนผิวหน้าที่ราบเรียบของแม่พิมพ
          โดยไม่ต้องขุดหรือแกะพื้นผิวลงไป แต่ใช้สารเคมีเข้าช่วย  ภาพพิมพ์ชนิดนี้ได้แก่   ภาพพิมพ์หิน  ( LITHOGRAPH           การพิมพ์ออฟเซท ( OFFSET )  ภาพพิมพ์กระดาษ ( PAPER-CUT )  ภาพพิมพ์ครั้งเดียว  ( MONOPRINT )
      4.4  แม่พิมพ์ฉลุ  ( STENCIL  PROCESS  ) เป็นการพิมพ์โดยให้สีผ่านทะลุช่องของแม่พิมพ์ลงไปสู่ผลงานที่อยู่ด้านหลัง 
          เป็นการพิมพ์ชนิดเดียวที่ได้รูปที่มีด้านเดียวกันกับแม่พิมพ์  ไม่กลับซ้าย เป็นขวา  ภาพพิมพ์ชนิดนี้ได้แก่
          ภาพพิมพ์ฉลุ ( STENCIL )  ภาพพิมพ์ตะแกรงไหม ( SILK  SCREEN )  การพิมพ์อัดสำเนา  ( RONEO )  เป็นต้น