วิชาพระพุทธศาสนา ม. 6
หน้าหลัก
ประวัติและความสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พุทธประวัติ
ชาดก
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต และคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา
การบริหารจิตและการเจริญปัญญา
พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
หน้าที่ชาวพุทธและศาสนพิธี
มารยาทชาวพุทธและการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์
สัมมนาพระพุทะศาสนาและการแปัญหาและการพัฒนา
ครูจิตราภรณ์  บัวจำรัส (ผู้พัฒนา)
ลิ้งที่น่าสนใจ
ออกจากบทเรียน
   

การสัมมนา

                   การสัมมนา  คือการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น  เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  โดยใช้หลักการ วิธีการ หรือกระบวนการอย่างใดอย่างหนึ่ง  ในชั้นนี้ เป็นการจัดสัมมนาพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการพัฒนา  โดยเน้นไปที่การพัฒนาสังคมและการจัดระเบียบสังคม  โดยใช้หลักการ วิธีการ  หรือกระบวนการทางพระพุทธศาสนา  ผลที่ได้จากการสัมมนาสามารถนำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมได้

                   เนื่องจากกิจกรรมนี้  มีความหลากหลายนักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้วเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์ สรุปผลการอภิปราย บอกแนวทางการปฏิบัติและประโยชน์ที่จะได้รับจากการสัมมนา ในการจัดสัมมนาในระดับชั้นนี้ ขอยกขัวข้อประเด็นสำคัญเพื่อเป็ฯแนวทางในการจัดสัมมนา ดังนี้ 


พุทธศาสนากับการพัฒนาแบบยั่งยืนในสังคมไทย

                  ในการพัฒนาแบบยั่งยืนในสังคมไทย ตามแนวทางพุทธศาสนานั้น จะเน้นการพัฒนาคนเป็นหลัก ในการพัฒนาคนนั้น สิ่งสำคัญของการพัฒนาคือ ปัญญา เพราะทำให้รู้จักสิ่งทั้งหลายและรู้ว่าจะปฏิบัติต่อสิ่งนั้นอย่างไร การพัฒนาจะเป็นไปพร้อมกันทั้ง 3 ด้าน คือ
       1.   พัฒนาพฤติกรรม(ศีล) หรือวิธีการใช้ชีวิต ตลอดจนการทำมาหาเลี้ยงชีพ ในการพัฒนาด้านนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาคนให้มีศีล คือ วินัย เพราะวินัย เป็นตัวการจัดเตรียมชีวิตให้อยู่ในสภาพที่เอื้อต่อการพัฒนา
       2.   พัฒนาด้านจิตใจ(สมาธิ) เช่นพัฒนาคุณธรรม ความเข้มแข็ง มั่นคงของจิตใจและสภาพจิตที่ดีงาม รวมทั้งความสุข
       3.   พัฒนาด้านปัญญา(ปัญญา) คือความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ รวมทั้งแนวความคิด ทัศนคติ และค่านิยม ในการฝึกฝนหรือพัฒนาด้านความรู้ ความเข้าใจ ทำได้โดยรู้จักวินิจฉัย ไตรตรอง ตรวจสอบโดยอาศัยเหตุผล เพื่อให้เข้าใจความเป้นจริงที่เป็นสากลของสิ่งทั้งปวง
       การพัฒนาทั้ง 3 ด้านนี้จะต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งหากพัฒนาได้ทั้งสามด้านแล้วจะทำให้ชีวิตมีแต่ความดีงาม ซึ่งจะนำปสู่การเข้าถึงอิสรภาพและสันติสุขที่แท้จริง การพัฒนาหรือการฝึกฝนทั้ง 3 ด้านนี้ เราเรียกว่า ไตรสิกขา ซึ่งประกอบไปด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา นั้นเอง


หลักพุทธธรรมกับการพัฒนาแบบยั่งยืนในสังคมไทย

พุทธศาสนามีหลักธรรมคำสอนที่ เหมาะที่จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน ดังนี้

 มีความจริงอยู่ 4 ประการคือ การมีอยู่ของทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และ หนทางไปสู่ความดับทุกข์ ความจริงเหล่านี้เรียกว่า อริยสัจ 4 ได้แก่
1. ทุกข์
คือ การมีอยู่ของทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายล้วนเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความวิตกกังวล ความกลัวและความผิดหวังล้วนเป็น ทุกข์ การพลัดพรากจากของที่รักก็เป็นทุกข์ ความเกลียดก็เป็นทุกข์ ความอยาก ความยึดมั่นถือมั่น ความยึดติดในขันธ์ทั้ง 5 ล้วนเป็นทุกข์
2. สมุทัย
คือ เหตุแห่งทุกข์ เพราะอวิชา ผู้คนจึงไม่สามารถเห็นความจริงของชีวิต พวกเขาตกอยู่ในเปลวเพลิงแห่งตัณหา ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความเศร้าโศก ความวิตกกังวล ความกลัว และความผิดหวัง
3. นิโรธ
คือ ความดับทุกข์ การเข้าใจความจริงของชีวิตนำไปสู่การดับความเศร้า โศกทั้งมวล อันยังให้เกิดความสงบและความเบิกบาน
4. มรรค
คือ หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ อันได้แก่ อริยมรรค 8 ซึ่งได้รับการหล่อ เลี้ยงด้วยการดำรงชีวิตอย่างมีสติความมีสตินำไปสู่สมาธิและปัญญาซึ่งจะปลดปล่อย ให้พ้นจากความทุกข์และความโศกเศร้าทั้งมวลอันจะนำไปสู่ความศานติและ ความเบิกบาน พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตานำทางพวกเราไปตามหนทางแห่งความรู้แจ้งนี้

อิทธิบาท 4   เป็นหลักธรรมถือให้เกิดความสำเร็จ ได้แก่
       1.ฉันทะ     ความพึงพอใจในงาน
       2.วิริยะ      ความขยันมั่นเพียร
      
3.จิตตะ     ความมีใจฝักใฝ่เอาใจใส่ในงาน
       4.วิมังสา   ไตร่ตรองหาเหตุผล

       ตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงสอนเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินหรือโภคทรัพย์ไว้อย่างครบวงจร เพื่อสร้างสมดุลแก่ชีวิตหลายเรื่อง อย่างเช่น หลักการสร้างประโยชน์หรือความสุขในปัจจุบันที่เรียกว่า "ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4 " ประกอบไปด้วย

1.  อุฏฐานสัมปทา หรือการหาทรัพย์ด้วยความขยันหมั่นเพียร ในทางสุจริตชอบธรรม
2. อารักขาสัมปทา หรือการรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้
3. กัลยาณมิตตตา หรือการรู้จักคบเพื่อนดีเพื่อไม่ให้ชีวิตถูกชักนำไปในทางที่เสื่อมและ
4. สมชีวิตา หรือ การรู้จักใช้จ่ายอย่างสมควรตามฐานะ

โดยหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4 นี้ ถือเป็นหลักการพื้นฐานเพื่อการดับทุกข์ทางกาย อันเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นง่ายและมีอยู่มากมายในสังคมปัจจุบัน หากต้องการดับทุกข์ทางสังคม ทรงสอนหลักประโยชน์เบื้องหน้าคือ ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา

           

อัตถะ หรือ อรรถ 3 หมายถึง ประโยชน์, ผลที่มุ่งหมาย, จุดหมาย, ความหมาย ประกอบด้วย

1. ทิฏฐธัมมิกัตถะ เป็นประโยชน์ปัจจุบัน, ประโยชน์ในโลกนี้, ประโยชน์ขั้นต้น
2. สัมปรายิกัตถะ เป็นประโยชน์เบื้องหน้า, ประโยชน์ในภพหน้า, ประโยชน์ขั้นสูงขึ้นไป
3. ปรมัตถะ เป็นประโยชน์สูงสุด, จุดหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน
หรืออีกนัยหนึ่ง อัตถะ หรือ อรรถ 3 หมายถึง ประโยชน์, ผลที่มุ่งหมาย
1. อัตตัตถะ หมายถึงประโยชน์ตน
2. ปรัตถะ หมายถึงประโยชน์ผู้อื่น
3. อุภยัตถะ หมายถึงประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

 

BACK

1