วิชาพระพุทธศาสนา ม. 6
หน้าหลัก
ประวัติและความสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พุทธประวัติ
ชาดก
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต และคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา
การบริหารจิตและการเจริญปัญญา
พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
หน้าที่ชาวพุทธและศาสนพิธี
มารยาทชาวพุทธและการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์
สัมมนาพระพุทะศาสนาและการแปัญหาและการพัฒนา
ครูจิตราภรณ์  บัวจำรัส (ผู้พัฒนา)
ลิ้งที่น่าสนใจ
ออกจากบทเรียน

 

 
                       พระรัตนตรัย หมายถึง สิ่งเคารพสูงสุดของชาวพุทธ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนะทั้ง 3 นี้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ต่อชาวพุทธ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาและระลึกถึงด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธา
ความหมายของสังฆะ

                      สังฆะ  หมายถึง  พระสงฆ์  ตามหลักพระพุทธศาสนา  พระสงฆ์  หมายถึง  พระภิกษุที่ได้บวชถูกต้องตามพระธรรมวินัย คำว่า  พระ  มาจากคำภาษาบาลีว่า  วร  (อ่านว่า  วะ-ระ)  แปลว่า ประเสริฐ  ส่วนคำว่า  ภิกษุ  แปลว่า ผู้เห็นภัยในการเวียนว่ายตายเกิด  คือ  เมื่อเห็นภัยก็หนีภัยโดยการออกบวชและประพฤติปฏิบัติธรรม
พระสงฆ์ยังมีความหมายตามพระวินัย  อีกประการหนึ่ง  ซึ่งหมายถึง  พระภิกษุที่อยู่รวมกัน  4  รูปขึ้นไป  เรียกว่า  สงฆ์  สามารถประกอบสังฆกรรม  หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นพระสงฆ์ที่สมบูรณ์ได้  เช่น การลงอุโบสถเพื่อฟังสวดปาติโมกข์การรับกฐินที่มีคนนำมาถวาย  การให้อุปสมบทแก่ผู้ที่ตั้งใจจะเข้ามาสู่ศาสนา  เป็นต้น  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะต้องกระทำด้วยคณะสงฆ์มีจำนวนไม่น้อยกว่า  4  รูป

พระสงฆ์ตามความหมายปัจจุบันที่ใช้กันบ่อยๆ  อาจแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  คือ

                1.อริยสงฆ์  หมายถึง  พระสงฆ์ที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจนบรรลุธรรมหรือสำเร็จมรรคผลระดับใด  ระดับหนึ่ง  ตั้งแต่พระโสดาบัน  จนถึงพระอรหันต์   ซึ่งเป็นระดับที่หมดสิ้นกิเลสทุกอย่าง

                2. สมมติสงฆ์  หมายถึง  พระสงฆ์ที่บวชถูกต้องตามพระธรรมวินัยดังได้กล่าวมาแล้ว  อย่างไรก็ตามพระสงฆ์ประเภทนี้สามารถเป็นอริยสงฆ์ได้  ถ้าได้ศึกษาและประพฤติปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัยจนสามารถละกิเลสได้มากยิ่งขึ้นตามลำดับ

ผู้ที่จะเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้  จะต้องผ่านการบวชที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามข้อบัญญัติของพระธรรมวินัย  การบวช  คือ  การละเพศจากผู้ครองเรือน  มาดำรงเพศของผู้ไม่ครองเรือน  ในปัจจุบันสามารถแยกออกเป็น  2  ลักษณะ  คือ  บรรพชา  และอุปสมบท  บรรพชา  เป็นการบวชเป็นสามเณร  ส่วน  อุปสมบท  เป็นการบวชเป็นพระภิกษุ

                 การบวชเป็นสามเณรนิยมบวชกันในประชาชนบางส่วน  ส่วนการบวชเป็นพระภิกษุมักนิยมถือปฏิบัติกันทั่วไป  ผู้จะบวชเป็นพระภิกษุได้จะต้องผ่านการบวชเป็นสามเณรก่อน  ดังนั้น  จึงเรียกรวมกันว่า  การบรรพชาอุปสมบท

                การบวชเป็นพระภิกษุ นั้น  ในระยะเริ่มต้นพระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้าทรงอุปสมบทให้ด้วยพระวาจาของพระองค์เอง  เรียกว่า  เอหิภิกขุอุปสัมปทา  พระภิกษุรูปแรกที่บวชด้วยวิธีนี้คือ  พระอัญญาโกณฑัญญะ

                ต่อมาพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระสาวกเป็นผู้อำนวยการบวช  ทรงบัญญัติการบวชโดยให้เปล่งวาจาถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ  เรียกว่า  การบวชวิธีนี้ว่า  ติสรณคมนูปสัมปทา


                 ภายหลังพระพุทธองค์ทรงยกเลิกการบวชทั้ง  2  วิธี  แล้วทรงอนุญาติการบวชแบบที่ต้องประชุมสงฆ์  มีการสวดประกาศขอรับความคิดเห็นชอบของสงฆ์  เรียกว่าการบวชวิธีนี้ว่า  ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา  ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้  การบวชด้วยวิธีนี้แสดงว่า  พระพุทธองค์ทรงมอบอำนาจให้สงฆ์เป็นใหญ่อย่างสมบูรณ์  และทรงบัญญัติให้นำมาบวชวิธีที่  2  การเปล่งวาจาถึงพระรัตนตรัยเกป็นสรณะไปใช้ในการบวชเป็นสามเณร

 
 
BACK NEXT

1