วิชาพระพุทธศาสนา ม. 6
หน้าหลัก
ประวัติและความสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พุทธประวัติ
ชาดก
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต และคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา
การบริหารจิตและการเจริญปัญญา
พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
หน้าที่ชาวพุทธและศาสนพิธี
มารยาทชาวพุทธและการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์
สัมมนาพระพุทะศาสนาและการแปัญหาและการพัฒนา
ครูจิตราภรณ์  บัวจำรัส (ผู้พัฒนา)
ลิ้งที่น่าสนใจ
ออกจากบทเรียน

 

พระไตรปิฎก

ลำดับคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา

1. คัมภีร์ดั้งเดิมคือบาลี เดิมพระพุทธพจน์อยู่ในลักษณะการจำแล้วบอกกันต่อๆ มา เมื่อมีการจารึกลงในใบลานจึงเกิดคัมภีร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่ากันว่า บาลีพระไตรปิฎกซึ่งเรียกว่าคัมภีร์ดั้งเดิม (Original Pali) หรือบางทีเรียกว่าบาลีพุทธวจนะ (Canon)

2. อรรถกถา หรือ วรรณนา (Commentaries) เป็นคัมภร์อธิบายหรือขยายความพระไตรปิฎก เป็นหลักฐานชั้น ๒ ซึ่งมีทั้งอรรถกถาพระวินัยปิฎก อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก และอรรถกถาพระอภิธรรมปิฎก อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก และอรรถกถาพระอภิธรรมปิฎก ที่อธิบายต่อเนื่องกันจนตลอดก็มี ที่อธิบายเฉพาะคัมภีร์ๆ ก็มีเช่น

สมันตปาสาทิกา

อรรถกถา

พระวินัย

สุมังคลวิลาสินี

“

ทีฆนิกาย

ปปัญจสูทนี

“

มัชฌิมนิกาย

สารัตถปกาสินี

“

สํยุตตนิกาย

มโนรถปูรณี

“

อังคุตตรนิกาย

ปรมัตถโชติกา

“

ขุททกนิกาย

ธัมมปทัฏฐกถา

“

ขุททกนิกาย

ปรมัตถทีปนี

“

ขุททกนิกาย

ชาตกัฏฐกถา

“

ขุททกนิกาย

สัทธัมมปัชโชติกา

“

ขุททกนิกาย

สัทธัมมปกาสินี

“

ขุททกนิกาย

วิสุทธชนวิลาสินี

“

ขุททกนิกาย

มธุรัตถวิลาสินี

“

ขุททกนิกาย

อัฏฐสาลินี

“

ธัมมสังคณี

สัมโมหวิโนทนี

“

วิภังค์

ปัญจปกรณัฏฐกถา หรือ ปรมัตถทีปนี

“

ธาตุกถาปัฏฐาน

3.  ฎีกา (Sub-commentaries) เป็นคัมภรีอธิบายเพิ่มเติมอรรถกถาอีกชั้นหหนึ่ง เป็นหลักฐานชั้น 3 ตัวอย่างเช่น อธิบายสมันตปาสาทิกา เรียกว่า ฎีกาสารัตถทีปนี ฎีกาอธิบาย พระอภิธรรม เรียกว่า อภิธัมมัตถวิภาวินี

4. อนุฎีกา (Sub-sub-commentaries) เป็นคัมภีร์อธิบายเพิ่มเติมฎีกา เรียกว่า เป็นหลักฐานชั้น 4 เช่น อนุฎีกาวิมติวิโนทนี ของพระวินัย เป็นต้น

5. สัททาวิเสส  เป็นยังมีคัมภีร์ที่แต่งขึ้นว่าด้วยกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์บาลี อธิบายศัพท์ต่างๆ เป็นชื่อที่เรียกกันในวงการนักปราชญ์บาลีฝ่ายไทย ดังปรากฏในพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่า เมื่อทำสังคายนาในรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2331 เพื่อชำระพระไตรปิฎกนั้น ได้มีการชำระคัมภีร์สัททาวิเสสต่างๆ ด้วย โดยมี พระพุฒาจารย์ เป็นแม่กอง เช่นมูลกัจจายนปกรณ์ รูปสิทธิธาตุปทีปิกา อภิธานัปปทีปิกา และสูจิ เป็นต้น

                   อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า "แม้พระไตรปิฎกจะเป็นหลักฐานชั้น 1 เมื่อพิจารณาตามหลักพุทธภาษิตในกาลามสูตร ท่านก็ไม่ให้ติดจนเกินไป ดังคำว่า มา ปิฏกสมฺปทาเนน อย่าถือโดยอ้างตำรา เพราะอาจผิดพลาดตกหล่น หรือบางตอนอาจเพิ่มเติมขึ้น แสดงว่าพระพุทธศาสนาสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล สอบสวนดูให้เห็นประจักษ์แก่ใจตนเอง เป็นการสอนอย่างมีน้ำใจกว้างขวาง และให้เสรีภาพแก่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเป็นการยืนยันให้นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อได้ประจักษ์ผลนั้นๆ ด้วยตนเอง แม้จะมีพระพุทธภาษิตเตือนไว้ มิให้ติดตำราจนเกินไป แต่ก็จำเป็นต้องรักษาตำราไว้ เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษา เพราะถ้าไม่มีตำราเลยจะยิ่งซ้ำร้าย เพราะจะไม่มีแนวทางให้รู้จักพระพุทธศาสนาเลย ฉะนั้น การศึกษาให้รู้และเข้าใจในพระไตรปิฎก จึงเป็นลำดับแรก เรียกว่า ปริยัติ การลงมือทำตามโดยควรแก่จิต อัธยาศัย เรียกว่าปฏิบัติ การได้รับผลแห่งการปฏิบัตินั้นๆ เรียกว่า ปฏิเวธ"

*(*สุชีพ ปุญญานุภาพ, พระไตรปิฎกสำหรับประชาชน,กรุงเทพฯ, มหามกุฎราชวิทยาลัย, 2524, น. 24 )


 

BACK NEXT

1