วิชาพระพุทธศาสนา ม. 6
หน้าหลัก
ประวัติและความสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พุทธประวัติ
ชาดก
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต และคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา
การบริหารจิตและการเจริญปัญญา
พุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
หน้าที่ชาวพุทธและศาสนพิธี
มารยาทชาวพุทธและการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์
สัมมนาพระพุทะศาสนาและการแปัญหาและการพัฒนา
ครูจิตราภรณ์  บัวจำรัส (ผู้พัฒนา)
ลิ้งที่น่าสนใจ
ออกจากบทเรียน

 

   
1. ราชา มุขํ มนุสฺสานํ
พระราชาเป็นประมุขของประชาชน

                    ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน(พระราชา)ปกครองบ้านเมืองตลอดจนถึงปัจจุบัน พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นประมุขของประชาชน(ผู้เป็นใหญ่) ด้วยคุณงามความดีของพระองค์ เอาใจใส่ดูแลความสุข ความทุกข์ของประชาชน ดุจพ่อปกครองดูแลลูกๆ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ประชาชนยกย่องให้เป็นประมุข ด้วยความเป็นนักปกครองที่ดี ยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม อันทำให้พระองค์เป็นประมุขของประชาชนอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้รับขนานพระนามว่า
“ พระพุทธเจ้าหลวง พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย และ หนึ่งในโลก หนึ่งในใจของไทยประชา หนึ่งใต้ฟ้าของเมืองสยาม ” ดังเพลง หนึ่งในโลก ที่ว่า…

หนึ่งในใจของไทยประชา หนึ่งใต้ฟ้าของเมืองสยาม
หนึ่งด้วยเดชะพระบารมีลือนาม ปลูกเขตคามทั่วไทยร่มเย็น
หนึ่งในรัฐนักพัฒนา หนึ่งราชาที่โลกได้เห็น
หนึ่งด้วยคุณธรรมที่ทรงบำเพ็ญ ดับลำเค็ญของปวงประชา
องค์พระมหากษัตริย์ประวัติศาสตร์ ที่ครองราชย์นานเนาในหล้า
ทรงเป็นเอกองค์ในพสุธา เกริกก้องฟ้าพระบารมีอนันต์
หนึ่งในแสนมิแม้นปาน หนึ่งในล้านมิเทียมเทียบทัน
หนึ่งในโลกหนึ่งเดียวเท่านั้น มหาราชันองค์ภูมิพล ฯ

                   พระมหากษัตริย์ไทย ในฐานะพระมหาธรรมิกราช
                   ( Thai King as The Great Dhammic King )

พระองค์ทรงเป็นผู้นำประเทศที่ทรงเปี่ยมด้วย ทศบารมีธรรม 10 ทศพิธราชธรรม 10 จักรวรรดิวัตร 5 สัปปุริสธรรม 7 ราชสังคหธรรม 4 และ การทรงละเว้นอคติ 4 ในที่นี้จะขอนำคุณธรรม คือทศบารมีธรรม 10 ที่ปรากฎในพระองค์มากล่าวไว้ ณ ที่นี้
พระมหากษัตริย์ไทยทรงดำรงพระองค์อยู่ในคุณธรรมตามแนวของพระมหาบุรุษ และพระมหาสาวก และพระโพธิสัตว์ผู้ยังมีชีวิตอยู่ ( Living Bodhitto ) ดังนี้:-

1. ทาน
ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อความสงบสุขของอาณาประชาราษฎร์โดยตลอด นับแต่กาลที่ทรงขึ้นครองราชสมบัติ ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนทุกพื้นที่ของแผ่นดินไทย ทรงพระราชทานโครงพระราชดำริต่าง ๆ ที่ยังประโยชฃน์สุขมากมายแก่ประชาชนในชนบท

2. ศีล
ทรงรักษาพระอากัปกิริยาให้เรียบร้อย ทรงงดงามสง่าในทุกโอกาส และสถานการณ์ ทรงควบคุมพระวรกายและพระวาจาให้อยู่ในอาการที่น่าเกรงขามถูกต้องตามระเบียบวินัยและขัตติยโบราณราชปประเพณีแห่งกฎมณเฑียรบาลมาโดยตลอดมา

3. เนกขัมมะ
ทรงปลีกพระองค์แปรพระราชถานไปพบปะสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ผู้อยู่ป่า ผู้ทรงการปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบอยู่เสมอ ทรงออกผนวชตามโบราณราชประเพณีเพื่อฝึกฝนพระองค์เองให้มีพระหทัยบริสุทธิ์ปลอดโปร่งสูงส่งจากอำนาจกามคุณ

4. ปัญญา
ทรงมีประอัจฉริยภาพรอบรู้ หยั่งรู้เหตุผล เข้าในสภวะเหตุการณืทั้งภายในประเทศ และภายในประเทศ และสถานการณ์โลกตามความเป็นจริง

5. วิริยะ
ทรงมีความพยายามในพระราชกรณียกิจอย่างยิ่งยวด แกล้วกล้า ไม่เกรงกลัวอุปสรรค ทรงบากบั่นอุตสาหะ ให้โครงการต่าง ๆ เพื่อประชาชนดำเนินก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

6. ขันติ
ทรงมีความอดทนแห่งพระราชหฤทัย ส่งผลให้ทรงสามารถใช้พระสติปัญญาควบคุมพระองค์เองให้อยู่ในอำนาจของเหตุผล และแนวทางความประพฤติดีเป็นแบบอย่างแก่พสกนิกรไทย

7. สัจจะ
ทรงมีพระราชหฤทัยบริสุทธิ์และจริงใจ ต่อการทรงพระราชราชกรณียทั้งในทางการกระทำ ทางการพูด และทางคิด

8. อธิษฐาน
ทรงมีพระราชหฤทัยตั้งมั่น ตัดสินพระราชหฤทัยที่เด็ดเดี่ยว ทรงวางจุดหมายแห่งการกระทำไว้แน่นอน และดำเนินไปตามนั้นอย่างแน่วแน่

9. เมตตา
ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุราธิคุณ เกื้อกูลต่ออาณาประชาราษฎร์ ดุจดังพระราชโอรสของพระองค์เอง ดังที่ได้รับการขนานพระนามว่า “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย” และทรงมีพระราชไมตรีต่อนานาประชาราษฎร์ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย พึ่งพาอาศัยอยู่อย่างสงบสุขภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม จนเป็นที่ซาบซึ้งประจักษ์ชัดโดยทั่วกัน

10.อุเบกขา
ทรงมีพระราชหฤทัยเป็นกลาง สงบราบเรียบสม่ำเสมอ เที่ยงธรรม ไม่เอนเอียงไปด้วยความยินดียินร้าย

พระมหากษัตริย์ของไทย ทรงเป็นทุกสิ่งอย่าง ที่ทำให้ชาติไทย ได้ดำรงคงมา จนถึงทุกวันนี้ ทรงเป็นจอมทัพไทย และทรงเป็น เอกอัครศาสนูปถัมภก ของทุกศาสนาหลัก ที่พสกนิกรไทย นับถืออยู่ ทุกหมู่เหล่า แต่เนื่องจาก พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ ของไทย มาแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต ดังนั้น พระมหากษัตริย์ไทย จึงทรงเป็น พุทธมามกะ ทรงปกครองประเทศ ด้วยหลัก ของทศพิธราชธรรม และจักรวรรดิวัตร อันเป็นคำสอน ในพระพุทธศาสนา นำความเจริญ รุ่งเรือง และความผาสุก ร่มเย็น อันเป็นยอดปรารถนา ของมนุษย์ มาสู่ชนชาวไทย ตลอดมา จนถึงปัจจุบัน ดังพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า….

ทะเลเป็นเจ้าแห่ง นทีมหันต์
ทิวะสุริยฉัน แจ่มหล้า
รัตติรัศมีจันทร์ เรืองจรัส
สังฆ์ประมุขแห่งชาวหล้า เหล่าผู้พึ่งบุญ
ผู้ใหญ่ในแว่นแคว้น คือรา ชาแล
ผู้บำบัดทุกข์ประชา ช่วยเกื้อ
เป็นประมุขนาครา ในรัฐ
ทรงทศพิธธรรมเอื้อ ราษฎร์ให้สวัสดี


 ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น  อยู่เป็นขวัญแดนโพธิ์ทองของปวงประชา

 มิ่งขวัญโพธิ์ทองของชนทั่วหล้า โลกสุขาก็เพราะพระบารมี

 ราชาเป็นทั้งมิ่งละขวัญ  ข้าอภิวันท์บังคมหวังชมศักดิ์ศรี

 พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี  พระปิ่นโมลีอยู่เป็นศรีผไท

 


 

 

BACK NEXT

1